| ||
| ตั้งใจว่าจะนำความรู้ คอมฯ มาเผยแพร่กัน |
| ||
Hot เพลง from www.yougo.org
| ||
| 0 Comments | Post Comment | Permanent Link |
| ||
Midnight Pianissimo
| ||
| 0 Comments | Post Comment | Permanent Link |
| ||
|
You've tasted bitter defeat and the sweet success. Forever friends You'll meet all races,see faces you've never seen. Bridge Ending
| ||
| 0 Comments | Post Comment | Permanent Link |
| ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| 1 Comments | Post Comment | Permanent Link | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ||
การ์ตูน,Cartoon, การ์ตูนออนไลน์ , flash , สนุก , pucca , funny สนุก สนุก .. @ @ @ @![]() @ @ @ @![]() @ @ @ @![]() @ @ @ @ | ||
| 0 Comments | Post Comment | Permanent Link |
| ||
การ์ตูน,Cartoon, การ์ตูนออนไลน์ , flash , สนุก , pucca , funny สนุก สนุก ..2-2
| ||
| 0 Comments | Post Comment | Permanent Link |
| ||
การ์ตูน,Cartoon, การ์ตูนออนไลน์ , flash , สนุก , pucca , funny สนุก สนุก ...
| ||
| 0 Comments | Post Comment | Permanent Link |
| ||
Dear all bloggers, I am pleased to advice that I have updated the security code for posting comment. It is very important to avoid many many spam comment. Now you can get more security to use blogth.com Good luck! Admin
| ||
| 6 Comments | Post Comment | Permanent Link |
| ||
Please try to search on 21thai.com, thanks | ||
| 0 Comments | Post Comment | Permanent Link |
| ||
มี Google Maps ของสมาชิกเองใน blogth.com แล้ว . สามารถ login account และตั้งค่าที่ admin. สามารถเพื่อสร้าง Google Map ชื่อที่อยู่ใหม่อย่างไม่มีจำกัด. ดุตังอย่าง
| ||
| 0 Comments | Post Comment | Permanent Link |
| ||
Dear all bloggers Now you can view your Usage Statistics for your blog here!
Thanks for my all bloggers here!!!!! | ||
| 0 Comments | Post Comment | Permanent Link |
| ||
I have built some new templates for every blogger Enjoy it
| ||
| 0 Comments | Post Comment | Permanent Link |
| ||
I am please pleased to announcement that I have updated the blogger manager as a more friendly admin control panel. Enjoy it!
If you find any bugs please post here thanks Add the "Change Password" menu.
| ||
| 1 Comments | Post Comment | Permanent Link |
| ||
จั่วหัวเลียนแบบแมกกาซีนอย่าง Cosmopolitan ซะหน่อยครับ หลังจากผมได้ศึกษาข้อมูลเรื่องบล็อกมาอยู่พักใหญ่ อ่านเจอข้อมูลมาก็เยอะจนตาลาย ผมลองพยายามจำแนกคนเขียนบล็อก (Blogger) ว่ามีกี่แบบกันแน่ ลอง list ออกมาคร่าว ๆ ได้ดังนี้ครับ 1. บล็อกเกอร์อิสระ 2. บล็อกเกอร์แนวธุรกิจ 3. บล็อกเกอร์แบบองค์กร 4. บล็อกเกอร์มืออาชีพ คุณเป็น blogger แบบไหนครับ ป.ล. ผมยังตั้งชื่อประเภทของ blogger แปลก ๆ อยู่เลย ท่านใดมีคำแนะนำชื่อประเภทของ blogger เหล่านี้ ลองแนะนำกันเข้ามานะครับ blog ไทย, บล็อก, ประเภท blogger, บล็อกเกอร์ - from keng.com | ||
| 0 Comments | Post Comment | Permanent Link |
| ||
|
| ||
| 0 Comments | Post Comment | Permanent Link |
| ||
http://www.positioningmag.com/Magazine/Details.aspx?id=46731 บล็อก หรือไดอารี่ออนไลน์ สื่อนอกกระแสใหม่สไตล์ไซเบอร์กำลังระบาดไปทั่วเว็บทั้งเมืองไทย-นอก น่าจับตาอย่างยิ่งทั้งในแง่ของสื่อมวลชนนอกระบบและหาเทรนด์ใหม่ ๆ ออนไลน์ เรื่อยไปจนถึงการตลาดรูปแบบใหม่ที่เจาะใจผู้บริโภคได้มากกว่าสื่อแบบเก่า *Blog มาแรงทั้งไทยและอเมริกา ข่าวล่าสุดที่สร้างความฮือฮาเมืองนอกในต้นปีนี้คือ Technorati (technorati.com) ซึ่งเป็นบริษัทค้นหาและรวบรวมข้อมูลบล็อกไซต์ในอเมริกา เผยรายงานใหม่ในชื่อ "State of the Blogosphere" ว่า ขณะนี้ทั่วโลกมีบล็อกอยู่ไม่ต่ำกว่า 27 ล้านไซต์ มากกว่าจำนวนบล็อกเมื่อสามปีก่อนถึง 60 เท่า และจากสถิติที่ผ่านมา จำนวนบล็อกที่มีออนไลน์ในโลกนี้จะเพิ่มด้วยอัตราที่รวดเร็วเป็นสองเท่าในทุก ๆ 5 เดือนครึ่ง ในนี้ มีอย่างน้อยสิบเปอร์เซ็นต์หรือ 2.7 ล้านไซต์ ที่อัพเดตสม่ำเสมอกันทุกสัปดาห์ ในขณะที่ยอดรวมแล้วมีคนอัพเดตบล็อกตัวเองราว 1.2 ล้านหน้าต่อวัน และทุกวินาทีจะมีบล็อกใหม่ๆ เกิดขึ้นเสมอ ในขณะที่โครงการศึกษา Pew Internet and American Life Project ที่เปิดเผยเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาชี้ว่า 1 ใน 4 ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั้งหมดเคยอ่านบล็อก และมีคนอเมริกัน 53 ล้านรายใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อลงความเห็นส่วนตัว รูปภาพ หรือไฟล์ลงเว็บ *สถานการณ์ บล็อก/ไดอารี่ไทย ฟังสถิติฝรั่งแล้วดูน่าประทับใจ บางคนอาจบอกปัดว่า นั่นเป็นเรื่องของเมืองนอกเขา แต่ข้อเท็จจริงก็คือในไทยจำนวนผู้ใช้บล็อก/ไดอารี่ออนไลน์ก็ได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในอัตราก้าวกระโดดเช่นกัน ถึงแม้จะมีผลกระทบที่เว็บ diaryhub.com ซึ่งเป็นผู้ให้บริการไดอารี่ออนไลน์รายใหญ่ที่สุดของไทย ต้องมีเหตุปิดตัวลงชั่วคราวในกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมาจากผลของความขัดแย้งภายในระหว่างทีมงานส่งผลทำให้ยูสเซอร์หายไปจำนวนหนึ่ง แต่ในช่วงสองปีหลังมานี้ หากดูในแง่ของจำนวนผู้ให้บริการ กลับมีผู้เปิดบริการบล็อกเน็ตเวิร์ก หรือให้บริการบล็อกเปิดตัวไม่ต่ำกว่า 10 ราย และกำลังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต ในแง่จำนวนผู้ใช้และผู้อ่านนั้น หากดูตามสถิติทรูฮิตของสำนักบริการเทคโนโลยีภาครัฐแล้ว บวกจำนวนไอพีที่ไม่ซ้ำกันของบล็อก/ไดอารี่เน็ตเวิร์กต่างๆ แล้วพบว่ามีผู้เข้าไม่ต่ำกว่า 8 หมื่นรายต่อวัน และหากเมื่อคิดประเมินรวมเอาบางบล็อกไซต์ที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนสถิติทรูฮิตอย่าง diaryis.com หรือ blogdd.com หรือบล็อกบริการเสริมตามเว็บพอร์ทัลหรือเว็บข่าวต่างๆ ตลอดจนผู้ที่ใช้บริการ space ของ MSN แล้ว น่าจะมียอดผู้ใช้บริการไม่ต่ำกว่า 1 แสนรายต่อวัน และหากเว็บ diaryhub.com กลับมาให้บริการอีกครั้งในราวสิ้นเดือนมีนาคม ตามที่ทางไซต์ระบุก็น่าจะมียอดผู้ใช้โดยรวมสูงขึ้นไปกว่านี้อีก ปัจจุบัน มี 3 เว็บบล็อก/ไดอารี่ ที่เป็นรายใหญ่ที่สุดในเมืองไทยตามการจัดลำดับของทรูฮิตก็คือ Storythai.com Bloggang.com และ Exteen.com ตามลำดับ แต่ทั้งสามไซต์มีขนาดไล่เลี่ยกันโดยมีจำนวนผู้ใช้เฉลี่ยต่อวันราว 2 หมื่นกว่ารายเช่นกัน รวมแล้วประมาณ60- 70 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้บล็อกและไดอารี่ทั้งหมดในไทยจะใช้บริการของทั้งสามไซต์นี้เป็นส่วนใหญ่ รายแรกที่ครองอันดับนำในเวลานี้คือ Storythai.com มีจุดเด่นตรงที่เปิดบริการมานาน และเปิดให้ใช้ฟีเจอร์และลูกเล่นต่างๆ ในการทำเว็บได้เต็มที่ ไดอารี่ออนไลน์ของที่นี่โดยรวมแล้วจะสวยกว่า และมีลูกเล่นมากกว่าที่อื่นๆ เป็นกลุ่มหนุ่มสาวที่ชอบอะไรหวือหวามากกว่าที่อื่น ส่วน Bloggang.com นั้นเป็นเว็บไซต์ในเครือของพันทิพดอตคอม เว็บบอร์ดเก่าแก่ของเมืองไทย กลุ่มผู้ใช้โดยมากมีลักษณะเฉพาะของตัวคือเป็นยูสเซอร์เดิมในเว็บบอร์ดที่หาทางขยับขยายออกมาหาพื้นที่ออนไลน์ที่เป็นที่ทางของตัวเองเสียเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่ Exteen.com จะมีตั้งแต่กลุ่มนักศึกษาไปจนถึงวัยทำงาน เน้นในการเป็นบล็อก นำเสนอเรื่องจริงจัง เป็นงานเขียนเป็นเรื่องเป็นราวสไตล์นิวมีเดีย มากกว่าที่จะเป็นไดอารี่ที่บันทึกเรื่องส่วนตัวประจำวันเหมือนที่อื่น สำหรับกลุ่มเน็ตเวิร์กบล็อก/ไดอารี่ที่เหลือก็มีหลายไซต์ที่น่าสนใจเช่น monkeystory.com ที่ประกาศตัวเป็นแหล่งรวมตัวออนไลน์ของคนรักของสะสม diaryis.com ที่แยกตัวออกมาจากเว็บ diaryhub.com พร้อมด้วยผู้ใช้บางส่วนจากไซต์เดิมและเน้นแนวไดอารี่เหมือนเดิม diaryclub.com ที่แยกตัวออกมาจากสตอรี่ไทยในอดีต และ ไซต์บริการไดอารี่เจ้าใหม่ diarycafe.com ที่ชื่อยังเน้นไดอารี่เหมาะกับคนไทยที่ยังผูกพันกับความเป็นไดอารี่มากกว่าบล็อก ส่วนสายรักหวานแหววเหมาะสไตล์วัยรุ่น ก็มีพื้นที่ไดอารี่ของตัวเอง ที่เน้นหนักความหวานกันตั้งแต่ชื่อ เช่น มนต์รักดอตเน็ต (monrak.net) whenifallinlove.net และ diarylove.com ที่มีผู้ใช้อยู่จำนวนหนึ่งเช่นกัน นอกจากนั้น ยังมีบริการเสริมตามเว็บพอร์ทัลใหญ่ๆ ที่ไม่ได้บริการ blog เป็นหลัก อย่างเช่น บล็อกของเว็บเครือหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ (http://weblog.manager.co.th) ที่หลายคนมาจากกลุ่มผู้อ่านหนังสือพิมพ์ หรือที่เปิดตามพอร์ทัลไซต์ใหญ่ๆ ของเมืองไทย เช่นของกระปุกด็อตคอม (http://my.kapook.com) และสนุกดอตคอม ( http://blog.sanook.com) ซึ่งรายหลังนี้ได้ขยับแถลงข่าวเปิดตัวบริการใหม่นี้ไปเมื่อเดือนมกราคมต้นปีที่ผ่านมา โดยแยกส่วนออกมาจากบริการไดอารีเดิมที่มีผู้ใช้อยู่จำนวนหนึ่ง สำหรับไซต์บล็อกใหญ่ๆ ของเมืองนอกอย่าง blogger.com หรือ blogspot.com นั้นยังไม่ได้รับความนิยมในหมู่นักเล่นชาวไทยเพราะลูกเล่นน้อย และถึงแม้จะใช้ภาษาไทยได้แล้ว แต่คำอธิบายการใช้ยังเป็นภาษาอังกฤษ และใช้บริการบล็อกจากไซต์ในไทยมีบริการที่รวดเร็วกว่า ส่วนที่มีใช้กันบ้างคือบริการ space ของ MSN ซึ่งเป็นลูกเล่นเสริมโปรแกรมเมสเซ็นเจอร์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเมืองไทย แต่ยังน้อยมากเมื่อเทียบกับบล็อกหรือไดอารี่ไซต์รายอื่น ๆ *เมืองไทยยังติดรูปแบบไดอารี่ ชื่อ Blog มาจากคำภาษาอังกฤษว่า web log หรือ weblog แต่ถูกเรียกสั้นๆ ในเมืองนอก ว่า blog-บล็อก จนติดปากไปแล้ว โดยใครก็ได้ที่เข้าเน็ตสามารถเปิดไซต์หน้าเดียวหรือหลายหน้าเป็นของตัวเอง จะเขียนเรื่องราวอะไรก็ได้ตามความสนใจ ส่วนในเมืองไทยเรามีกระแสนี้ของเราขึ้นมาเองที่เรียกว่า web diary หรือ online diary จนเรียกได้ทั้งสองแบบแต่ความหมายใกล้เคียงกันมาก คำถามที่พบบ่อยของคนที่ไม่เคยสัมผัสแวดวงนี้ก็คือ สองอย่างนี้ต่างกันอย่างไร หรือไม่ต่างกัน? ไดอารี่ดูเป็นเรื่องส่วนตัวมากกว่า ชนกสุ กาญจนพรพงศ์ หนึ่งในผู้บุกเบิกวงการไดอารี่เมืองไทย และก่อตั้งหลายเว็บไดอารี่ขึ้นมา รวมทั้ง diaryhub.com ออกความเห็นพร้อมชี้ว่า ในเมืองไทยคนติดรูปแบบของไดอารี่มากกว่า และไดอารี่ออนไลน์ได้กลายเป็นวัฒนธรรมเฉพาะตัวของโลกอินเทอร์เน็ตเมืองไทย บล็อกหรือไดอารี่เป็นเหมือนทูลในการที่ทำให้คนธรรมดาๆ คนนึงกลายเป็นคนที่ได้รับความสนใจจากคนจำนวนมากได้ เป็นที่สนใจได้ง่ายขึ้น ชนกสุอธิบายพร้อมชี้ว่า การเขียนไดอารี่หรือบล็อกนั้นกำลังแพร่หลายมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะนี้ สำหรับบล็อกเมืองนอก หรือที่มาเสริมใน MSN อย่าง Space นั้น เป็นเพียงของเล่นเสริมของพอร์ทัลที่ทำทุกอย่างแล้วก็มีบล็อกผนวกเข้าไป จะทำให้ป๊อปปูลาร์ได้ต้องใช้เวลา นอกจากนี้รูปแบบการใช้งานยังไม่ง่าย และชื่อยาวมาก คนที่ไม่เล่น MSN จะจำได้ยาก เฉพาะในเมืองไทย คนเขียนน่าจะเป็นหลักแสน ถ้ารวมคนอ่านด้วยน่าจะเป็นหลักล้าน เพราะบางคนอาจจะไม่เขียนแต่ชอบอ่านอย่างเดียว เขากล่าว ความเห็นนี้ตรงกับ ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการบริษัทตลาดดอตคอม (www.tarad.com) ที่บอกเช่นเดียวกันว่า บล็อกเป็นช่องทางให้คนธรรมดาสามารถใช้อินเทอร์เน็ตเป็นสื่อในการเสนอความคิดตัวเองได้ดีมาก จะไปลงเว็บบอร์ดก็ไม่ใช่สื่อของตัวเอง เขากล่าวพร้อมกับเสริมแนวคิดเรื่องแหล่งความรู้ออนไลน์ว่า ต่อไปสื่อนี้จะเป็นแหล่งความรู้ใหม่ที่จากเดิมคนเก็บเรื่องที่ตนรู้อยู่กับตัว แต่ต่อไป เว็บบล็อกจะเป็นที่ที่ถ่ายทอดออกไปสู่วงกว้าง อย่างที่เจอมามีนักวิชาการมีโปรแกรมเมอร์เก่งๆ บางรายเขียนบล็อกได้น่าประทับใจมาก *บล็อก = มาร์เก็ตติ้งทูลใหม่ มากกว่า 1 แสนรายเป็นจำนวนที่ไม่น้อยเลยในสายตานักการตลาด นอกจากจะสะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว เช่น กิจกรรมการเขียนไดอารี่เคยเป็นเรื่องส่วนตัวได้กลายเป็นกิจกรรมสาธารณะที่ใครก็ได้ไม่จำเป็นจะต้องเป็นเพื่อนหรือคนรู้จักก็สามารถเข้ามาอ่านได้ แต่ก้าวต่อไปที่น่าจับตาก็คือ จะใช้ประโยชน์จากช่องทางใหม่ สื่อใหม่นี้ได้เช่นไร โดยเฉพาะในเรื่องของธุรกิจที่หลายคนเริ่มมองเป็นเครื่องมือทางการตลาดตัวใหม่ที่ทรงพลังไม่แพ้สื่อแบบเก่า ในสหรัฐฯ ผู้เขียนบล็อกยอดนิยมหลายรายได้รับการมองไม่ต่างจากคอลัมนิสต์ดังๆ หรือนักข่าวที่สังกัดสื่อมวลชนแบบเดิมเช่น แมกกาซีน หนังสือพิมพ์ วิทยุ หรือทีวี ตัวอย่างเช่น บล็อกเกอร์ที่เขียนวิจารณ์หนังสือเป็นประจำจะได้รับหนังสือจากสำนักพิมพ์ต่างๆ ส่งให้รีวิว หรือเชิญมางานเปิดตัวหนังสือ บางรายที่เขียนแนะนำหนังก็ถูกค่ายหนังฮอลลีวู้ดเชิญมาร่วมงานรอบปฐมทัศน์ตามเมืองใหญ่ต่างๆ ด้วยซ้ำไป ซึ่งในวงการมาร์เก็ตติ้งอเมริกันกำลังสนใจประเด็นนี้มาก และเป็นการแนะนำสินค้าตรงลงไปยังกลุ่มเป้าหมายที่สนใจ หรือผู้มีอิทธิพลต่อความเห็นของสาธารณชนอย่างแท้จริง ในเมืองไทย ถึงแม้ส่วนใหญ่จะเป็นเว็บไดอารี่ที่เขียนเล่าเรื่องราวส่วนตัว แต่อิทธิพลที่ส่งผลถึงธุรกิจก็เริ่มเห็นได้ชัด เพราะความเห็นส่วนตัวที่เคยบอกเล่าคุยกันเฉพาะเพื่อนฝูงใกล้ชิด ได้กลายมาเป็นความเห็นสาธารณะที่คนทั้งโลกที่ใช้ภาษาไทยเปิดดูได้ไม่ยาก เช่น หนังเรื่องใหม่ที่เพิ่งเข้าโรงชอบไม่ชอบเพราะอะไร ทำไมไม่ชอบเพลงเบิร์ดชุดใหม่ หรือแม้กระทั่ง ไม่ชอบชาเขียวรสใหม่ คิดยังไงกับแชมพูที่ทำให้ผมร่วง ยี่ห้ออะไร ทำไมหนังสือพิมพ์ไม่ยอมบอกยี่ห้อ โปรโมชั่นมือถือใหม่ทำไมมันห่วยแบบนี้ พูดง่ายๆ ก็คือ ผลกระทบที่ธุรกิจไทยจะต้องเจอในอนาคตอันใกล้นี้ก็คือ ความเห็นจากคนธรรมดาทั่วไปที่เขียนบล็อกได้เริ่มกลายมาเป็น ความเห็นชี้นำ ที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค ไม่ต่างอะไรจากสื่อมวลชน หรืออาจจะแรงกว่าเสียด้วยซ้ำ เท่าที่ผ่านมาวงการหนังที่จัดว่าไวต่อสื่อใหม่ๆ อย่างอินเทอร์เน็ตนี้ มากกว่าวงการอื่น ได้เริ่มเข้าไปโฆษณาและมีกิจกรรมมาร์เก็ตติ้งกับผู้ให้บริการบล็อกบางรายในบ้านเรากันบ้างแล้ว ดูเหมือนสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ Blog หรือ ไดอารี่ออนไลน์ ทำให้รอยแบ่งระหว่าง สื่อ กับ ผู้อ่าน เริ่มเลือนรางลง ในยุคของบล็อกครองเน็ตแบบนี้ ดูจะแยกยากเหลือเกินว่าอะไรคือ คอลัมนิสต์ ในหนังสือพิมพ์ หรือนิตยสาร และอะไรคือ บล็อก ในทางกลับกัน เว็บบล็อกและไดอารี่ก็อาจเป็นแหล่งข้อมูลการตลาดชั้นดีสำหรับวงการมาร์เก็ตติ้งที่อยากจะรู้ข้อมูลคร่าวๆ หรือหัวข้อแปลกๆ ที่งานวิจัยตลาดทั่วไปไม่มีให้ หรือเสียค่าใช้จ่ายสูงเกินไป เช่น เด็กสาวม.ปลายต่างจังหวัดชอบใช้ปากกายี่ห้อไหน แนะนำขนมอะไรให้เพื่อน ซื้อช็อกโกแลตอะไรเป็นของขวัญให้เพื่อน สาวออฟฟิศเมาท์ให้เพื่อนฟังว่าไปเอ็มเคแล้วกินอะไร ไม่กินอะไร หนุ่มวัยทำงานกินเหล้ากับเพื่อนที่ผับวันก่อนสั่งเหล้ายี่ห้ออะไร หรือดื่มเบียร์อะไร ฯลฯ แน่นอนว่า ข้อมูลพวกนี้ไม่ใช่งานวิจัยตลาดที่มีคุณภาพ หรือถูกหลักวิชาการ แต่ในแง่ความไวในการมองมาร์เก็ตเทรนด์แล้ว คงบอกได้ว่า ถ้าใครเจอเทรนด์ใหม่ๆ จากการอ่านเว็บบล็อกแล้วละก็ ขอโดนๆ สักรายก็น่าจะคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม เพราะหาไม่ง่ายที่ใครจะเล่าความเห็นในชีวิตตัวเองได้มากมายเหมือนกับในเว็บบล็อกหรือไดอารี่ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของสื่อใหม่จริงๆ กระแสบล็อกจะเริ่มมีใช้ในทางธุรกิจมากขึ้น ใช้เป็นมาร์เก็ตติ้งทูลในการทำตลาดผลิตภัณฑ์ และเป็นสื่อที่ใช้ในการมาร์เก็ตติ้ง กติกา สายเสนีย์ ผู้อำนวยการฝ่ายไอทีของบริษัทโฮสทิฟาย (www.hostify.com) นอกจากนี้ ยังที่รู้จักในวงการอินเทอร์เน็ตและไดอารี่ออนไลน์ในไทยยุคแรกๆ ว่า เก่ง (www.keng.com) กล่าวออกความเห็นถึงอนาคตของบล็อกในไทยและต่างแดน ที่ปัจจุบันพลิกโฉมออกสู่วงกว้างมากกว่าในยุคแรกมาก ตัวบล็อกจะมีความเฟรนด์ลี่มากกว่าทั้งผู้เขียนและผู้อ่าน ซึ่งเมืองไทยส่วนใหญ่ยังไม่เห็นตรงจุดนี้ มีใช้ในเชิงส่วนตัวเหมือนไดอารี่มากกว่า กติกากล่าว พร้อมชี้ประเด็นสำคัญต่อว่า ในเมืองนอกมีการใช้เพื่อธุรกิจมากกว่าในไทย จนภาคธุรกิจทางโน้นเริ่มสนใจกันอย่างจริงจัง แบรนด์ดังๆ อย่างเช่น Vespa มีการจ้างพนักงานฟูลไทม์ 2 คนมาคอยอัพเดตข้อมูลต่างๆ ลงเว็บ (www.vespaway.com) สำหรับกลุ่มคนที่สนใจ เหมือนเป็นการสร้าง brand awareness ขึ้นตลอดเวลา นอกจากนี้ กติกายังได้ยกตัวอย่างที่สร้างความฮือฮาจนเว็บไซต์มาร์เก็ตติ้งใหญ่ๆ ในอเมริกาได้พูดถึงเคสนี้กันอย่างมากมาย เช่น กรณีของรถเช่า Budget ในอเมริกาที่ออกแคมเปญไล่ล่าหาขุมทรัพย์ทั่วประเทศ แทนที่จะเล่นผ่านสื่อทั่วไป ทางรถเช่าบัดเจ็ตกลับใช้วิธีเล่นเกมและประชาสัมพันธ์ผ่านบล็อกไซต์ www.upyourbudget.com แล้วนำสติกเกอร์ไปแปะซ่อนไว้ตามเมืองต่างๆ 16 เมืองทั่วสหรัฐฯ โดยจัดสัปดาห์ละ 1 เมือง จากนั้นก็ลงคำใบ้เป็นคลิปวิดีโอ ถ่ายตามสถานที่ต่างๆ ของเมืองพอเป็นแนวทางหาสติกเกอร์ให้เจอ ใครที่พบจะได้รางวัลใหญ่โดยแจกสัปดาห์ละ 1 หมื่นเหรียญ โดยผู้ชนะจะต้องเขียนบทความอธิบายมาลงบล็อกนี้ด้วยว่า หาเจอได้ยังไง ตีความคำใบ้ออกอย่างไร กติกาได้แนะต่อว่า การใช้บล็อกเพื่องานพีอาร์เชิงธุรกิจยังมีประโยชน์มากกว่านั้น เพราะจากที่เคยอ่านผลการศึกษาในสหรัฐฯ มาพบว่า มีผู้อ่านเชื่อถือในข่าวสารที่เสนอโดยบรรดาบล็อกเกอร์ทั้งหลาย มากกว่าข่าวที่เสนอจากสื่อมวลชนทั่วไปเสียอีก ความเห็นนี้สอดคล้องกับ ทีปกร วุฒิพิทยามงคล เว็บมาสเตอร์ บล็อกไซต์ Exteen.com ที่มองว่า ในกรณีของบริษัทใหญ่ๆ หลายแห่ง เช่น ไมโครซอฟท์ หรือกูเกิ้ล ก็มีการใช้ blog เป็นเครื่องมือในการกระจายข่าวประชาสัมพันธ์ กันแล้ว และสร้างความเชื่อใจให้กับยูสเซอร์ทั่วไปได้มากกว่า โดยมีรูปแบบที่เข้าใจง่ายและ feedback กลับได้ทันที คงต้องติดตามต่อไปว่า นิวมีเดียล่าสุดอย่างเว็บบล็อกนี้จะส่งผลสะเทือนต่อวงการโฆษณาและมาร์เก็ตติ้งเมืองไทยมากแค่ไหน และใครจะไวในเรื่องมาร์เก็ตเทร็นด์กว่ากัน
| ||
| 1 Comments | Post Comment | Permanent Link |
| ||
Find/Open the video you want to watch, click on the link 'Put on site'. It'll display a text box containing code for the video. Copy and paste it into your blog entry.
| ||
| 0 Comments | Post Comment | Permanent Link |
| ||
|
ระบบ Blogth.com เป็นระบบที่ทันสมัยและใช้งานง่ายสำหรับนัก Blogger ที่นิยมในปัจจุบัน ระบบแบ่งเป็น 2 ส่วน คือส่วนประกาศข่าวสารหรือความเห็นส่วนตัวและส่วนสร้าง Blog ของตัวเอง หลังจากที่ลงเป็นสมาชิกแล้วระบบจะสร้างเว็บไซต์ blog ขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ด้วยชื่อ sub-domain name เช่น http://abc.blogth.com ด้วยพื้นที่สำหรับระดับสมาชิกทั่วไป 25 MB ระดับ VIP 50 MB ระดับพิเศษ 100 MB ลงทะเบียน http://www.blogth.com/signup.php แต่ระบบประกาศข้อมูลข่าวสารสามารถประกาศได้โดยไม่จำกัดพื้นที่ ลงทะเบียน http://www.blogth.com/blog/member/login.php
ทำไมต้องใช้ Blogth.com? Blogth.com มีแผนการลงทุนในสื่อต่างๆ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ และทางออนไลน์ชื่อดังหลายแห่ง เช่น www.21thai.com (เว็บไซด์ศตวรรษ21) www.smeboss.comอินเทอร์เน็ต Search Engine Position เช่น Google, Yahoo, MSN โฆษณาให้Blogสมาชิกทุกเว็บโดยไม่มีค่าใช้จ่ายทั้งสิน | ||
| 2 Comments | Post Comment | Permanent Link |
| ||
Dear Members, I am pleased to announce that all the members can use the subdomain to view your blog .
For example: http://pramot.blogth.com
Webmaster | ||
| 0 Comments | Post Comment | Permanent Link |
| Page 1 of 2 |
| Last Page | Next Page |